คราฟต์เบียร์ออริจินัล การเดินทางที่ยาวนานของเบียร์แฮนด์เมด

คราฟต์เบียร์ออริจินัล

คราฟต์เบียร์ออริจินัล คือเบียร์แฮนด์เมดที่ผลิตขึ้นด้วยวิธีดั้งเดิม โดยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน คราฟต์เบียร์มีประวัติอันยาวนานย้อนกลับไปกว่า 5,000 ปี โดยเริ่มผลิตขึ้นครั้งแรกในเมโสโปเตเมียและอียิปต์ คราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปในช่วงยุคกลาง และแพร่กระจายไปยังทวีปอเมริกาในช่วงยุคล่าอาณานิคม ในศตวรรษที่ 20 การผลิตเบียร์ถูกครอบงำโดยบริษัทเบียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเบียร์จำนวนมากที่มีรสชาติเหมือนกัน ส่งผลให้คราฟต์เบียร์ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ 1970 กระแสนิยมคราฟต์เบียร์กลับมาอีกครั้ง เอกลักษณ์คราฟต์เบียร์ออริจินัล โดยนักเบียร์มือสมัครเล่นเริ่มผลิตเบียร์แฮนด์เมดในโรงเบียร์ขนาดเล็กหรือโรงเบียร์ในบ้าน ในปัจจุบัน คราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ผู้บริโภคเริ่มมองหาเบียร์ที่มีรสชาติหลากหลายและมีคุณภาพมากกว่าเบียร์ทั่วไป ส่งผลให้มีโรงเบียร์คราฟต์เปิดขึ้นใหม่มากมายทั่วโลก คราฟต์เบียร์ออริจินัลมีความโดดเด่นที่รสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย เนื่องจากใช้วัตถุดิบธรรมชาติและกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน คราฟต์เบียร์มีให้เลือกหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีการผลิต เช่น เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ไอพีเอ เบียร์สตีฟท์ เบียร์เอล เป็นต้น คราฟต์เบียร์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเบียร์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย

คราฟต์เบียร์ออริจินัล ประวัติของ Craft Beer

คราฟต์เบียร์ออริจินัลมีประวัติศาสตร์ อันยาวนานย้อนกลับไปกว่า 5,000 ปี โดยเริ่มผลิตขึ้นครั้งแรกในเมโสโปเตเมียและอียิปต์ คราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปในช่วงยุคกลาง และแพร่กระจายไปยังทวีปอเมริกาในช่วงยุคล่าอาณานิคม ในศตวรรษที่ 20 การผลิตเบียร์ถูกครอบงำโดยบริษัทเบียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเบียร์จำนวนมากที่มีรสชาติเหมือนกัน ส่งผลให้คราฟต์เบียร์ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ 1970 กระแสนิยมคราฟต์เบียร์กลับมาอีกครั้ง โดยนักเบียร์มือสมัครเล่นเริ่มผลิตเบียร์แฮนด์เมดในโรงเบียร์ขนาดเล็กหรือโรงเบียร์ในบ้าน ในปี ค.ศ. 1978 บิล เบเกอร์ นักเบียร์มือสมัครเล่นจากซานฟรานซิสโก ก่อตั้งสมาคมผู้ผลิตเบียร์ขนาดเล็กแห่งสหรัฐอเมริกา (American Homebrewers Association – AHA) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตเบียร์แฮนด์เมด สมาคม AHA มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูกระแสนิยมคราฟต์เบียร์ในสหรัฐอเมริกา

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 กระแสนิยมคราฟต์เบียร์ เริ่มขยายตัวไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก โรงเบียร์ขนาดเล็กเริ่มเปิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ และผลิตเบียร์หลากหลายประเภทมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเบียร์มากขึ้น และหันมาดื่มคราฟต์เบียร์มากขึ้น ในปัจจุบัน คราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ผู้บริโภคเริ่มมองหาเบียร์ที่มีรสชาติหลากหลายและมีคุณภาพมากกว่าเบียร์ทั่วไป ส่งผลให้มีโรงเบียร์คราฟต์เปิดขึ้นใหม่มากมายทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกา คราฟต์เบียร์มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคิดเป็นประมาณ 25% ของตลาดเบียร์ทั้งหมด ในปี ค.ศ. 2023 คาดว่าจะมีโรงเบียร์คราฟต์มากกว่า 8,000 แห่งในสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย คราฟต์เบียร์เริ่มได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโรงเบียร์คราฟต์มากกว่า 100 แห่ง

คราฟต์เบียร์มีความโดดเด่น ที่รสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย เนื่องจากใช้วัตถุดิบธรรมชาติและกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน คราฟต์เบียร์มีให้เลือกหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีการผลิต เช่น เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ไอพีเอ เบียร์สตีฟท์ เบียร์เอล เป็นต้น คราฟต์เบียร์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเบียร์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย

ความแตกต่างระหว่างคราฟต์เบียร์และเบียร์สามัญ

คราฟต์เบียร์และเบียร์สามัญ มีความแตกต่างกันหลายประการ ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือขนาดของ โรงเบียร์ โดยทั่วไปแล้ว คราฟต์เบียร์ผลิตโดยโรงเบียร์ขนาดเล็กที่มีการผลิตไม่เกิน 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่เบียร์สามัญผลิตโดยโรงเบียร์ขนาดใหญ่ที่มีการผลิตเกิน 6 ล้านดอลลาร์ต่อปี ความแตกต่างอีกประการหนึ่งคือส่วนผสมที่ใช้ คราฟต์เบียร์มักใช้ส่วนผสมธรรมชาติ เช่น มอลต์ ฮอป ยีสต์ และน้ำ ในขณะที่เบียร์สามัญอาจใช้ส่วนผสมสังเคราะห์หรือสารปรุงแต่งต่างๆความแตกต่างสุดท้ายคือกรรมวิธีการผลิต คราฟต์เบียร์มักผลิตด้วยกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน โดยให้ความสำคัญกับรสชาติและกลิ่นหอม ในขณะที่เบียร์สามัญมักผลิตด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่เน้นประสิทธิภาพและต้นทุน คราฟต์เบียร์มักมีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายกว่าเบียร์สามัญ เนื่องจากใช้ส่วนผสมธรรมชาติและกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน ส่งผลให้คราฟต์เบียร์มีรสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อนกว่าเบียร์สามัญ นอกจากนี้ คราฟต์เบียร์มักมีราคาสูงกว่าเบียร์สามัญ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า

คุณสมบัติพิเศษของคราฟต์เบียร์

คราฟต์เบียร์มีคุณสมบัติพิเศษ หลายประการ ดังนี้

  • รสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย: คราฟต์เบียร์มักมีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายกว่าเบียร์สามัญ เนื่องจากใช้ส่วนผสมธรรมชาติและกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถัน ส่งผลให้คราฟต์เบียร์มีรสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อนกว่าเบียร์สามัญ
  • ความสดใหม่: คราฟต์เบียร์มักผลิตในปริมาณที่จำกัดและจำหน่ายเร็วกว่าเบียร์สามัญ ส่งผลให้คราฟต์เบียร์มีความสดใหม่กว่าเบียร์สามัญ ซึ่งมักผลิตในปริมาณมากและเก็บไว้เป็นเวลานาน
  • ความหลากหลาย: คราฟต์เบียร์มีประเภทให้เลือกหลากหลายกว่าเบียร์สามัญ ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีการผลิต เช่น เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ไอพีเอ เบียร์สตีฟท์ เบียร์เอล เป็นต้น
  • ความสร้างสรรค์: ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์มักมีความสร้างสรรค์ในการทดลองใช้ส่วนผสมและกรรมวิธีการผลิตใหม่ๆ ส่งผลให้มีคราฟต์เบียร์ประเภทใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ

คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้คราฟต์เบียร์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเบียร์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลาย และความสดใหม่

ส่วนผสมและวัตถุดิบ

คราฟต์เบียร์ผลิตจากส่วนผสมหลัก 4 ชนิด ได้แก่ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ

  • มอลต์ คือเมล็ดธัญพืชที่ผ่านการหมัก มอลต์เป็นส่วนผสมหลักของเบียร์ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มาของน้ำตาลที่จำเป็นสำหรับการหมัก มอลต์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของธัญพืชที่ใช้ เช่น มอลต์ข้าวบาร์เลย์ มอลต์ข้าวสาลี มอลต์ข้าวไรย์ เป็นต้น
  • ฮอปส์ เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีรสชาติและกลิ่นหอม ฮอปส์เป็นส่วนผสมที่สำคัญของเบียร์ เนื่องจากให้รสชาติขม กลิ่นหอม และสารต้านอนุมูลอิสระ ฮอปส์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอปส์ที่ใช้ เช่น ฮอปส์อเมริกัน ฮอปส์เยอรมัน ฮอปส์อังกฤษ เป็นต้น
  • ยีสต์ เป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักเบียร์ ยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลในมอลต์ให้เป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยีสต์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของยีสต์ที่ใช้ เช่น ยีสต์เอล ยีสต์ลาเกอร์ เป็นต้น
  • น้ำ เป็นส่วนผสมหลักของเบียร์ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มาของรสชาติและกลิ่นหอม น้ำมีความสำคัญต่อรสชาติของเบียร์เป็นอย่างมาก โรงเบียร์แต่ละแห่งมักใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างสรรค์รสชาติของเบียร์ที่เป็นเอกลักษณ์

นอกจากส่วนผสมหลัก 4 ชนิดนี้แล้ว คราฟต์เบียร์บางประเภทอาจใช้ส่วนผสมอื่นๆ เช่น ผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ เป็นต้น ส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมของเบียร์ ส่วนผสมและวัตถุดิบต่างๆ ขั้นตอนการผลิตคราฟต์เบียร์ เหล่านี้จะถูกนำมาผสมผสานกันตามสูตรเฉพาะของโรงเบียร์แต่ละแห่ง เพื่อสร้างสรรค์รสชาติและกลิ่นหอมของคราฟต์เบียร์ที่เป็นเอกลักษณ์

คราฟต์เบียร์ในประเทศไทย

คราฟต์เบียร์ในประเทศไทย เริ่มได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีโรงเบียร์คราฟต์มากกว่า 100 แห่ง

ปัจจัยที่ส่งผลให้คราฟต์เบียร์ได้รับความนิยมในประเทศไทย ได้แก่

  • ผู้บริโภคมีความสนใจในเบียร์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายมากขึ้น
  • ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในประเทศไทยมีฝีมือและประสบการณ์มากขึ้น
  • ผู้บริโภคมีช่องทางในการเข้าถึงคราฟต์เบียร์มากขึ้น

คราฟต์เบียร์ในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีการผลิต เช่น เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ไอพีเอ เบียร์สตีฟท์ เบียร์เอล เป็นต้น คราฟต์เบียร์บางประเภทมีรสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้นและซับซ้อนกว่าเบียร์สามัญ ซึ่งมักผลิตในปริมาณมากและเก็บไว้เป็นเวลานาน คราฟต์เบียร์ในประเทศไทยมักผลิตในปริมาณที่จำกัดและจำหน่ายเร็วกว่าเบียร์สามัญ ส่งผลให้ คราฟต์เบียร์มีความสดใหม่กว่าเบียร์สามัญ คราฟต์เบียร์ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคชาวไทยมีแนวโน้มที่จะหันมาดื่มคราฟต์เบียร์มากขึ้นในอนาคต